ข้อมูลพื้นฐานจังหวัดสุพรรณบุรี

190439-4-4594

ประวัติความเป็นมา


            สุพรรณบุรี เป็นเมืองโบราณ พบหลักฐานทาง โบราณคดี มีอายุไม่ต่ำกว่า ๓,๕๐๐ – ๓,๘๐๐ ปี โบราณวัตถุที่ขุดพบมีทั้งยุคหินใหม่ ยุคสัมฤทธิ์ ยุคเหล็ก และสืบทอดวัฒนธรรม ต่อเนื่องมาตั้งแต่ สมัยสุวรรณภูมิ ฟูนัน อมราวดี ทวารวดี ศรีวิชัย สุพรรณบุรี เดิมมีชื่อ “ทวารวดีศรีสุพรรณภูมิ หรือ “พันธุมบุรี” ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำท่าจีน แถบ บริเวณตำบลรั้วใหญ่ไปจดตำบลพิหารแดง ต่อมาพระเจ้ากาแตได้ย้ายเมืองมาตั้งอยู่ที่ฝั่งขวาของแม่น้ำ แล้วโปรดให้มอญน้อยไปสร้างวัดสนามชัย และบูรณะวัดป่าเลไลยก์ ชักชวนให้ข้าราชการจำนวน ๒,๐๐๐ คนบวช จึงขนานนามเมืองใหม่ว่า “เมืองสองพันบุรี” ครั้งถึงสมัยพระเจ้าอู่ทอง ได้สร้างเมืองมาทางฝั่ง ใต้ หรือทางตะวันตกของแม่น้ำท่าจีน ชื่อ เมืองเรียกวา “อู่ทอง” จวบจนสมัย ขุนหลวงพะงั่ว เมืองจึงถูก เรียกว่าชื่อว่า “สุพรรณบุรี” นับแต่นั้นมา

          ในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี เมืองสุพรรณบุรี เป็นเมืองหน้าด่านและเป็นเมืองอู่ข้าวอู่น้ำที่สำคัญ ต้องผ่านศึกสงครามหลายต่อหลายครั้ง สภาพเมือง ตลอดจนประวัติศาสตร์ โบราณสถาน ถูกทำลาย ปรักหักพัง จนกระทั่งถึงสมัยรัตนโกสินทร์ เมือง สุพรรณได้ฟื้นตัว และตั้งอยู่บนฝั่งตะวันออกของแม่ น้ำท่าจีน (ลำน้ำสุพรรณ) มาจนตราบทุกวันนี้

1130754984

          ความสำคัญของสุพรรณบุรี ในด้านประวัติศาสตร์ การกอบกู้เอกราชไทยในสมัยกรุงศรีอยุธยา ได้แก่ชัยชนะ แห่งสงครามยุทธหัตถีที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงมีชัยชนะเหนือพระมหาอุปราชา ณ สมรภูมิดอน เจดีย์ เป็นมหาวีรกรรมคชยุทธอันยิ่งใหญ่ที่ได้ถูกจารึกไว้ และมีการจัดงานเพื่อเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ทุก ปีเพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติ

3803167885_c3e0f39965

          ในด้านวรรณคดี เป็นเมืองต้นกำเนิดแห่งตำนาน “ขุนช้างขุนแผน” วรรณคดี ไทยเรื่องราวและสถานที่ที่ปรากฏตามท้องเรื่องยังคงมีให้เห็นในปัจจุบัน อาทิบ้านรั้วใหญ่ วัดเขาใหญ่ ท่าสิบเบี้ย ไร่ฝ้าย วัดป่าเลไลยก์ วัดแค อำเภออู่ทอง และอำเภอศรีประจันต์ เป็นต้น


สัญลักษณ์จังหวัด

 

” คำขวัญประจำจังหวัด “

เมืองยุทธหัตถี วรรณคดีขึ้นชื่อ เลื่องลือพระเครื่อง
รุ่งเรืองเกษตรกรรม สูงล้ำประวัติศาสตร์ แหล่งปราชญ์ศิลปิน ภาษาถิ่นชวนฟัง

 

” ดอกไม้ประจำจังหวัด “

http--www.siace.ac.th/web2014-images-stories-suphanburi_basic_data-supanika3

ดอกฝ้ายคำ หรือสุพรรณิการ์ หรือกรรณิการ์

ชื่อภาษาอังกฤษ : Cotton Tree, Yellow Silk Cotton, Butter Cup, Torchwood 

ชื่อพฤกษศาสตร์ : Cochlospermum religiosum Alston

          พืชในวงศ์ Cochlospermaceae-Bixaceae มีต้นกำเนิดมาจากอเมริกากลางและอเมริกาใต้ เป็นไม้ยืนต้นสูง ๕ – ๑๕ เมตร เรือนยอดเป็นพุ่มกลม ผลัดใบ เปลือกสีเทาถึงสีน้ำตาลเรียบ กิ่งก้านมักคดงอ ใบเดี่ยวเรียงเวียนสลับ แผ่นใบรูปฝ่ามือ ปลายแฉกแหลม โคนใบเว้า ขอบหยักเป็นคลื่น ผิวใบมีขนสั้นนุ่ม สีเขียวสด เมื่อแก่ใกล้ร่วงเปลี่ยนเป็นสีแดง ดอกมีสีเหลือง มีทั้งพันธ์ดอกกลีบชั้นเดียวและกลีบดอกซ้อน ดอกออกเป็นแขนงตามปลายกิ่ง โดยออกปีละครั้งในช่วงเดือนธันวาคม ถึง มีนาคม ผลเป็นรูปไข่กลับ ปลูกเป็นไม้ประดับทั่วทุกภาคของไทย ขึ้นได้ดีในดินที่ร่วนซุย ก่อนออกดอกจะทิ้งใบหมด ผลแก่ระหว่างเดือนมีนาคม ชอบกลางแจ้งและแสงแดดจัด

 

” ต้นไม้ประจำจังหวัด “

http--www.siace.ac.th/web2014-images-stories-suphanburi_basic_data-makuar

มะเกลือ เป็น ไม้ยืนต้นในวงศ์ Ebenaceaeพบขึ้นตาม ป่าเบญจพรรณทั่วไป เรือนยอดเป็นพุ่มกลมกิ่งอ่อนมีขนนุ่ม ผลดิบของมะเกลือมีสรรพคุณเป็นยา จัดเป็นพืชสมุนไพรชนิดหนึ่ง สมัยก่อนนิยมใช้ยางผลมะเกลือไปย้อมผ้า

          มะเกลือเป็นพันธุ์ไม้พระราชทานเพื่อปลูกเป็นมงคลของจังหวัดสุพรรณบุรในภาคเหนือเรียกต้นไม้ชนิดนี้ว่า มะเกีย มะเกือ หรือ ผีผา ทางใต้เรียกว่า เกลือ แถบเขมร-ตราดเรียก มักเกลือ

 

” ตราประจำจังหวัด “

images-stories-suphanburi_basic_data-logo-200x194

          ดวงตราเป็นภาพยุทธหัตถีระหว่างสมเด็จพระนเรศวรมหาราชกับพระมหาอุปราชาแห่งพม่า เหตุที่ใช้เครื่องหมายนี้ ก็เพราะเห็นว่า การศึกครั้งนี้ ใน พ.ศ.๒๑๓๕ ทำให้เมืองไทย ได้รับอิสรภาพชัยชนะดังกล่าว ได้เผยแพร่ชื่อเสียง และกิตติคุณของพระมหากษัตริย์ไทยออกไปนอกประเทศ และบริเวณที่กระทำยุทธหัตถีก็อยู่ในท้องที่อำเภอดอนเจดีย์ของจังหวัดนี้ สุพรรณบุรีเป็นเมืองเก่าสมัยทวารวดี นักโบราณคดีกล่าวว่า ชื่อสุพรรณบุรีเปลี่ยนมาจากคำว่า อู่ทอง และสุพรรณภูมิ

 

” ธงประจำจังหวัด “

http--www.siace.ac.th/web2014-images-stories-suphanburi_basic_data-Flagsuphan

 

 

” สภาพทั่วไปของจังหวัด “

e0b881e0b8b2e0b8a2e0b8a0e0b8b2e0b89ee0b8aae0b8b8e0b89ee0b8a3e0b8a3e0b8932

  • ที่ตั้ง

สุพรรณบุรี เป็นจังหวัดหนึ่งในเขตภาคกลางด้านทิศตะวักตกของประเทศไทย ตั้งอยู่บนพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำท่าจีน หรือแม่น้ำสุพรรณบุรี ไหลผ่านตามแนวยาวของจังหวัดจากเหนือ จรดใต้ จังหวัดสุพรรณบุรี ตั้งอยู่ระหว่างเส้นรุ้งที่ ๑๔ องศา ๔ ลิปดา ถึง ๑๕ องศา ๕ ลิปดาเหนือ และระหว่างเส้นแวง ๙๙ องศา ๑๗ ลิปดา ถึง ๑๐๐ องศา ๑๖ ลิปดาตะวันออก อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ๓ – ๑๐ เมตร มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ ๕,๓๕๘.๐๑ ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ ๓.๓ ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ ๕.๒ ของพื้นที่ภาคกลาง อยู่ห่างจากกรุงเทพมหานครประมาณ ๑๐๗ กิโลเมตร (ตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๔๐) โดยทางรถไฟประมาณ ๑๔๒ กิโลเมตร

 

  • อาณาเขต

จังหวัดสุพรรณบุรี มีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดใกล้เคียงดังนี้

ทิศเหนือ          : ติดจังหวัดอุทัยธานีและชัยนาท

ทิศตะวันออก  : ติดจังหวัดสิงห์บุรีอ่างทองและพระนครศรีอยุธยา

ทิศใต้               : ติดจังหวัดนครปฐมและกาญจนบุรี

ทิศตะวันตก     : ติดจังหวัดกาญจนบุรีและอุทัยธานี

  • ภูมิประเทศ

จังหวัดสุพรรณบุรี มีลักษณะพื้นที่เป็นที่ราบลุ่มเป็นส่วนใหญ่ มีพื้นที่บางส่วนเป็นที่ราบสูง โดยมีความลาดเทระหว่าง ๐ – ๓ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งอยู่ทางด้านตะวันตกของจังหวัด ตลอดแนวตั้งแต่เหนือจรดใต้ บริเวณพื้นที่ต่ำสุดอยู่ทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ คืออยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง เฉลี่ยประมาณ ๓ เมตร ส่วนทางเหนือของจังหวัด อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง เฉลี่ยประมาณ ๑๐ เมตร พื้นที่ส่วนใหญ่ของจังหวัดสุพรรณบุรี ใช้ทำนาข้าว มีแม่น้ำลำคลอง หนอง บึงอยู่ทั่วไป แม่น้ำสายสำคัญที่ไหลผ่านจากเหนือสุดถึงใต้สุด ได้แก่ แม่น้ำท่าจีน หรือ แม่น้ำสุพรรณบุรี

 

 

  •  ภูมิอากาศ

สภาพโดยทั่วไปของจังหวัดสุพรรณบุรี มีลักษณะคล้ายคลึงกับจังหวัดอื่นๆ ในภาคกลาง กล่าวคือ ฤดูร้อนได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงใต้จากทะเลจีนใต้พัดผ่านเข้ามาในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ถึงกลางเดือนพฤษภาคม ทำให้อากาศร้อนอบอ้าวโดยทั่วไป ฤดูฝนลมมรสุม ตะวันตกเฉียงใต้จากมหาสมุทรอินเดียพัดผ่านมาในช่วงเดือนพฤษภาคม ถึงกลางเดือนตุลาคม ทำให้อากาศมีความชุ่มชื้นมีฝนตกโดยทั่วไป ฤดูหนาวได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดผ่านเข้ามาในช่วง เดือนตุลาคม ถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ ทำให้อากาศหนาวเย็นโดยทั่วไป ในปี ๒๕๔๖ อุณหภูมิสูงสุด ๓๙.๓ องศาเซลเซียส ในเดือนพฤษภาคม อุณหภูมิต่ำสุด ๑๕.๗ องศาเซลเซียส ในเดือนธันวาคม ปริมาณน้ำฝนทั้งปี วัดได้ ๑,๐๘๔.๕ มิลลิเมตร จำนวนวันที่ฝนตก ๑๐๗ วัน

 

  •  การปกครอง และประชากร

นปี พ.ศ. ๒๕๕๒ การปกครองจังหวัดสุพรรณบุรี แบ่งส่วนราชการออกเป็น ๒ ส่วน คือการบริหารราชการส่วนภูมิภาค และการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น การบริหารราชการส่วนภูมิภาค แบ่งเขตการปกครองออกเป็น ๑๐ อำเภอ ๑๑๐ ตำบล และ ๑๐๐๗ หมู่บ้าน โดยมีอำเภอดังนี้

๑. อำเภอเมืองสุพรรณบุรี มีพื้นที่ ๕๔๐.๙๑๗ ตารางกิโลเมตร ๑๙ ตำบล ๑๒๓ หมู่บ้าน
๒. อำเภอดอนเจดีย์ มีพื้นที่ ๒๕๒.๐๘๑ ตารางกิโลเมตร ๕ ตำบล ๔๘ หมู่บ้าน
๓. อำเภอด่านช้าง มีพื้นที่ ๑,๑๙๓.๕๙๙ ตารางกิโลเมตร ๗ ตำบล ๙๓ หมู่บ้าน
๔. อำเภอเดิมบางนางบวช มีพื้นที่ ๕๕๒.๓๓๐ ตารางกิโลเมตร ๑๓ ตำบล ๑๑๙ หมู่บ้าน
๕. อำเภอบางปลาม้า มีพื้นที่ ๔๘๑.๒๙๘ ตารางกิโลเมตร ๑๗ ตำบล ๑๒๗ หมู่บ้าน
๖. อำเภอศรีประจันต์ มีพื้นที่ ๑๘๐.๙๘๖ ตารางกิโลเมตร ๙ ตำบล ๖๔ หมู่บ้าน
๗. อำเภอสองพี่น้อง มีพื้นที่ ๗๕๐.๓๘๑ ตารางกิโลเมตร ๑๔ ตำบล ๑๔๐ หมู่บ้าน
๘. อำเภอสามชุก มีพื้นที่ ๓๕๕.๙๑๗ ตารางกิโลเมตร ๗ ตำบล ๖๘ หมู่บ้าน
๙. อำเภอหนองหญ้าไซ มีพื้นที่ ๔๒๐.๒๐๙ ตารางกิโลเมตร ๖ ตำบล ๖๔ หมู่บ้าน
๑๐. อำเภออู่ทอง มีพื้นที่ ๖๓๐.๒๙ ตารางกิโลเมตร ๑๕ ตำบล ๑๕๑ หมู่บ้าน

การบริหารราชการท้องถิ่น แบ่งการปกครองออกเป็น องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาลเมือง ๑ แห่ง คือ เทศบาลเมืองสุพรรณบุรี และเทศบาลตำบล ๓๕ แห่ง และองค์การบริหารส่วนตำบล ๙๑ แห่ง จากสถิติของสำนักบริหารการทะเบียนกรมการปกครองกระทรวงมหาดไทย ณ เดือนมีนาคม ๒๕๕๒ จังหวัดสุพรรณบุรีมีประชากรทั้งสิ้น  ๘๔๓,๔๕๔ คน เป็นชาย ๔๐๙,๓๕๑ คน และหญิง ๔๓๔,๑๐๓ คน ความหนาแน่นของประชากรโดยเฉลี่ยทั้งจังหวัดสุพรรณบุรีประมาณ ๑๖๓ คนต่อตารางกิโลเมตร และอำเภอด่านช้าง ประมาณ ๕๔ คนต่อตารางกิโลเมตรที่มีความหนาแน่นน้อยที่สุด 

 

  • ทรัพยากร และแหล่ะน้ำ

ดิน หากพิจารณาคุณสมบัติของดินทั้งทางกายภาพและเคมี เช่น เนื้อดิน ความลึกของดิน ความสามารถในการอุ้มน้ำของดิน ชนิดของแร่ธาตุและปริมาณแร่ธาตุ อาหารของดิน จะพบว่า สภาพของดิน ในเขตจังหวัดสุพรรณบุรี เหมาะสมกับการปลูกพืช ดังนี้

๑. การทำนาข้าว
๒. การเพาะปลูกพืชไร่
๓. การเพาะปลูกไม้ยืนต้น ไม้ผลต่าง ๆ
๔. การปลูกหญ้าเลี้ยงสัตว์ ทำทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ถาวรสำหรับการปศุสัตว์

แหล่งน้ำ ประกอบด้วยแม่น้ำลำคลองต่างๆ มีแม่น้ำสายใหญ่ ๆ ที่สำคัญและเป็นประโยชน์ต่อความเป็นอยู่ และเศรษฐกิจของประชากร ได้แก่ แม่น้ำท่าจีน หรือแม่น้ำสุพรรณบุรี เขื่อนกระเสียว ซึ่งเป็นสาขาที่สำคัญของแม่น้ำสุพรรณบุรี นอกนั้นเป็นแม่น้ำสายเล็กซึ่งส่วนใหญ่ จะไหลลงแม่น้ำท่าจีนเกือบทั้งสิ้น ป่าไม้ ลักษณะป่าไม้ของจังหวัดสุพรรณบุรี เดิมเป็นป่าไม้เบญจพรรณ ได้แก่ เต็ง มะค่าโมง ซาก มะค่าแต้ ชิงชัน ตะเคียนทอง ยมหอม แต่สภาพปัจจุบันได้ถูกราษฎรบุกรุกเข้าทำกินในเขตป่าสงวนหลายแห่ง ถูกเปลี่ยนเป็นไร่อ้อย และใช้ทำนา เป็นต้น แร่ธาตุ จากการสำรวจของกรมทรัพยากรธรณี พบว่าจังหวัดสุพรรณบุรีมีปริมาณแร่ไม่มากนัก พบแร่มีค่าบางชนิดเท่านั้น ได้แก่ ดีบุก พบบริเวณเขาโดดตุงกุง ทางตอนเหนืออำเภอด่านช้าง นอกจากนี้ยังพบใยหินแกรนิต และหินปูน ใช้ในการก่อสร้างบริเวณเขาใหญ่ทางตะวันตก เขาทางตะวันออกและตะวันตกระหว่างเส้นทางอู่ทอง ถึงพนมทวนและบริเวณเขื่อนกระเสียว อำเภอด่านช้าง และยังขุดพบน้ำมันดิบในบริเวณตำบลสวนแตง อำเภอเมืองสุพรรณบุรี ซึ่งปัจจุบันได้ทำการขุดเจาะแล้ว การกสิกรรม จากการที่พื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรีส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่ม มีการชลประทาน อย่างทั่วถึง ประกอบกับสภาพดินเหมาะสมแก่การเพาะปลูก โดยเฉพาะการปลูกข้าว การเพาะปลูกพืชไร่ เช่น อ้อยเพื่อผลิตน้ำตาล มันสัมปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ข้าวฟ่าง และพืชอื่น ปศุสัตว์ จังหวัดสุพรรณบุรีเป็นแหล่งเลี้ยงโค สุกร เป็ด ไก่ กระบือ ซึ่งเป็นสัตว์เศรษฐกิจ ที่สำคัญมาก โดยการเลี้ยงจะกระจายอยู่ทั่วไปทุกพื้นที่ของจังหวัด

 

  • อุตสาหกรรม

          อุตสาหกรรมส่วนใหญ่ เป็นอุตสาหกรรมการเกษตร ซึ่งได้แก่ โรงสี นึ่ง อบ เป็นต้น และอุตสาหกรรมอาหาร ได้แก่ โรงงานผลิตน้ำตาล ผลิตภัณฑ์นม และแปรรูปเนื้อสัตว์ พืช ผัก ผลไม้ เป็นต้น โดยมีโรงงานน้ำตาลขนาดใหญ่ ๓ แห่ง คือที่อำเภออู่ทอง อำเภอสามชุก และอำเภอด่านช้าง ทำให้มีเงินหมุนเวียนภายในจังหวัดสูง ในอนาคตอุตสาหกรรมของจังหวัดสุพรรณบุรี จะมีบทบาทสำคัญเนื่องจากมีการตั้งโรงงานขนาดใหญ่ ประกอบกับมีการจัดตั้งศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคตะวันตก ที่อำเภอเมืองสุพรรณบุรี เพราะในจังหวัดสุพรรณบุรี มีอุตสาหกรรมแปรรูปผลิตผลการเกษตรโดยเฉพาะแบบง่าย ๆ เช่น ผลิตหน่อไม้กระป๋อง (หน่อไม้ฝรั่ง  หน่อไม้ไผ่) ผลไม้กระป๋อง เช่น แห้วกระป๋อง กระจับกระป๋อง ว่านหางจรเข้ และลูกตาลกระป๋อง แม้กระทั่งอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการเกษตร อย่างครบวงจรของจังหวัดสุพรรณบุรี คือการผลิตยอดอ้อยตากแห้ง และซังข้าวโพดบด เพื่อนำไปใช้เป็นวัสดุอาหารสัตว์ และใช้เพาะเห็ดฟางในต่างประเทศซึ่งมีโรงงานผลิตอยู่ ๒ แห่ง ที่อำเภอสองพี่น้อง และอำเภอหนองหญ้าไซ จากการรายงานของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ปรากฎว่า ในปี ๒๕๔๕ จังหวัดสุพรรณบุรี มีมูลค่ารวมผลิตภัณฑ์จังหวัด GPP ตามราคาประจำปี ๓๙,๔๗๗ ล้านบาท และมูลค่าผลิตภัณฑ์เฉลี่ยต่อหัว ( Per Capita GPP ) ๔๔,๗๐๘ บาท รายได้เฉลี่ยต่อหัว อยู่ในลำดับที่ ๖ ของภาคตะวันตก และอยู่ในอันดับที่ ๔๓ ของประเทศ อัตราร้อยละของสาขาการผลิตต่างๆ ในผลิตภัณฑ์จังหวัดสุพรรณบุรี ประจำปี ๒๕๔๕ ประกอบด้วยสาขาการผลิตต่างๆ ดังนี้ ภาคเกษตรกรรม ๒๗.๓ % ซึ่งได้แก่ เกษตรกรรม การล่าสัตว ์และการป่าไม้ ๒๕.๙ % และ การประมง ๑.๔ % ส่วนนอกภาคเกษตร ๗๒.๗ % ได้แก่ การทำเหมือนแร่และย่อยหิน ๔.๐ % การผลิตอุตสาหกรรม ๑๖.๒ % การไฟฟ้า,ก๊าซ และการประปา ๑.๙ % การก่อสร้าง ๓.๒ % การขายส่ง ขายปลีก ซ่อมแซมยานยนต์ จักรยานยนต์ ของใช้ส่วนบุคคลและของใช้ในครัวเรือน ๒๒.๑% โรงแรมและภัตตาหาร ๐.๕% การขนส่ง,สถานที่เก็บสินค้าและการคมนาคม ๓.๖% ตัวกลางทางการเงิน ๓.๒ % บริการด้านอสังหาริมทรัพย์ การให้เช่าและบริการทางธุรกิจ ๔.๒ % การบริหารราชการแผ่นดินและการป้องกันประเทศรวมทั้งการประกันสังคมภาคบังคับ ๓.๖ % การศึกษา ๕.๙ % การบริการด้านสุขภาพและงานสังคมสงเคราะห์ ๓.๔% การใหืบริการชุมชน สังคมและบริหารส่วนบุคคลอื่นๆ ๐.๘ % ลูกจ้างในครัวเรือนส่วนบุคคล ๐.๑ %

 

  •  การคมนาคม ขนส่ง และการสื่อสาร

ระบบการคมนาคมเป็นโครงสร้างขั้น พื้นฐานทางเศรษฐกิจที่สำคัญยิ่งอย่างหนึ่งของจังหวัด การคมนาคมที่สะดวกทำให้เกิดความคล่องตัวทั้งด้านการผลิต และการตลาด ก่อให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และยังเป็นการยกฐานะความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดียิ่งขึ้น เส้นทางการคมนาคม ภายในจังหวัด และจังหวัดใกล้เคียงแบ่งเป็น ๒ ทางด้วยกัน  คือ

 การคมนาคมทางรถยนต์ ในปัจจุบันภายในจังหวัดสามารถติดต่อถึงกันได้ทุกอำเภอ สภาพของทางส่วนใหญ่ลาดยาง

รายละเอียดระยะทางจากอำเภอเมืองสุพรรณบุรีถึงอำเภอต่าง ๆ   มีดังนี้

อำเภอบางปลาม้า ๑๐ กิโลเมตร

อำเภอศรีประจันต์ ๒ฤ กิโลเมตร

อำเภอดอนเจดีย์ ๓๑ กิโลเมตร

อำเภออู่ทอง ๓๒ กิโลเมตร

อำเภอสามชุก ๒๙ กิโลเมตร

อำเภอเดิมบางนางบวช ๕๔ กิโลเมตร

อำเภอหนองหญ้าไซ ๕๘ กิโลเมตร

อำเภอสองพี่น้อง ๗๐ กิโลเมตร

อำเภอด่านช้าง ๗๗ กิโลเมตร

 

ระยะทางติดต่อภายนอกเขตจังหวัด สามารถติดต่อได้ตามเส้นทาง ดังนี้

สุพรรณบุรี – บางบัวทอง – กรุงเทพฯ ๑๐๗ กิโลเมตร

สุพรรณบุรี – กำแพงแสน – นครปฐม – กรุงเทพฯ ๑๖๐ กิโลเมตร

สุพรรณบุรี – นครปฐม ๑๐๕ กิโลเมตร

สุพรรณบุรี – กาญจนบุร ๙๑ กิโลเมตร

สุพรรณบุรี – นครสวรรค์ ๑๖๐ กิโลเมตร

สุพรรณบุรี – พระนครศรีอยุธยา ๖๘ กิโลเมตร

สุพรรณบุรี – สิงห์บุรี ๘๔ กิโลเมตร

สุพรรณบุรี – ชัยนาท ๙๖ กิโลเมตร

สุพรรณบุรี – อ่างทอง ๔๔ กิโลเมตร

สุพรรณบุรี – โคกสำโรง ๑๔ กิโลเมตร

การคมนาคมทางรถไฟ มีขบวนรถไฟสาย กรุงเทพ – สุพรรณบุรี ระยะทางยาวประมาณ ๑๔๒ กิโลเมตร มีรถไฟออก วันละ ๑ เที่ยว และการคมนาคมทางน้ำอาศัยลำน้ำต่างๆ และแม่น้ำท่าจีน หรือแม่น้ำสุพรรณบุรีในการเดินเรือและขนส่งถ่ายสินค้า

โทรศัพท์ ปีงบประมาณ  ๒๕๔๖ จังหวัดสุพรรณบุรีมีชุมสายโทรศัพท์ทั้ง สิ้น ๒๖ ชุมสาย จำนวนเลขหมาย ๕๓,๗๓๑  เลขหมาย และมีจำนวนเลขหมายที่มีผู้เช่าจำนวน  ๓๓,๔๗๘  เลขหมาย

การไปรษณีย์โทรเลข ในปีงบประมาณ  ๒๕๔๖ จังหวัดสุพรรณบุรี มีที่ทำการไปรษณีย์ทั้งสิ้น ๑๖ แห่ง มีจำนวนไปรษณีย์ภัณฑ์ทั้งสิ้น  ๕,๖๓๖,๒๙๐  ชิ้น